วันนี้ เรานั่งอยู่หน้าแถวกระถางชวนชม ราวกับว่าจะจากลากันไม่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะต้องการหางาน
วันก่อนเราพึ่งตู้เย็น อาหารที่เราเก็บ ต้องใช้พื้นที่ในตู้เย็น ซึ่งเรารู้สึกว่า ถ้าไม่มีตู้เย็น ก็จะไม่มีที่เก็บของสด เช่น เนื้อปลา เนื้อหมู เรามีความเชื่อว่าเนื้อหมูจะช่วยให้เราอ้วนขึ้นได้ ไม่ผอมหัวโต เรากินอาหารเพียงเพราะคิดว่าอาหารให้ประโยชน์อะไรกับตัวเรา โดยไม่คิดเลยว่าได้ทำร้ายทำลายสรรพสัตว์เหล่านั้นไปแล้วกี่ชีวิต ช่างเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
วันนี้เราได้ฝึกกินอาหารพืชผักทดแทนการกินเนื้อสัตว์ ไม่ต้องมีตู้เย็นก็อยู่ได้ เพราะเรามีผืนดินช่วยเก็บแหล่งอาหารของเราได้ วันไหนอยากกินน้ำพริกมะม่วงก็เก็บมะม่วงมา 2 ลูกก็พอแล้ว อยากกินผัดอ่อมแซ่บก็ตัดมากองหนึ่ง เด็ดใบแล้วก็ยังสามารถขยายพันธ์ต่อได้ รอบบ้านเรามีผักนานาพันธ์ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการมากมาย ทั้งผักแว่น ใบชะพลู กระเพรา โหระพา แป๊ะตำปึง ขิง ข่า ตะไคร้ มะนาว โสมดอกแดง เข็มแดงเหลือง มะกอก เหลียง มะรุม แคขาว ฯลฯ และเราก็ยังปลูกเพิ่มขึ้น สนุกกับการกินพืชทั้งไม้ดอก ไม้แดก และไม้ดมที่มีในสวน
วันนี้ลาออกจากราชการ ได้บำเหน็จ 1 ก้อน ไม่มากนัก แต่รักษาไว้ไม่ได้ ทำกระเป๋าเงินหาย ถูกคนไม่หวังดีขอใช้เงิน เอาบัตร ATM วีซ่า กดไปหมดบัญชี 300,000 กว่าบาท เราไม่โกรธ ไม่อาลัย หายไปแล้วก็ใช้เท่าที่มี ไม่ได้มีเงินเดือนประจำอีกแล้ว ทำงานอิสระรายได้ไม่มาก เดือนละประมาณ 1,000 - 2,000 บาท แต่กลับเก็บเงินได้เดือนละ 1,000 บาท สำหรับจ่ายเป็นค่าประกันรถยนต์ที่แม่ซื้อให้ใช้ แต่กลับมีความสุขมากกับการ "มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน" มีเงินพอสำหรับการกินอยู่ แค่คิดลด ละ เลิกซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น ฝึกการไม่ยึดติด ไม่คิดเรื่องไร้สาระ ปรับอารมณ์กับสิ่งที่ไม่พอใจทั้งหลาย ความเครียดหายไปโรคภัยก็โบยบิน ใช้งานเล็ๆน้อยๆในสวนสวรรค์เป็นยารักษาโรค เป็นสถานฝึกจิตพิจารณาอารมณ์และผัสสะที่มากระทบ
วันก่อนเก่า โรคภัยไข้เจ็บก็มากมาย ทั้งหัวใจ ธัยรอยด์รุมเร้าจนเบื่อกับการต้องพบแพทย์ตามนัด ที่นัดซะจนเราคิดว่า หมอรักษาเราถูกโรคหรือเปล่านะ ทำไมเดี๋ยวให้ลดยา เดี๋ยวก็เพิ่มยา แต่อาการป่วยเจ็บจากโรคก็ไม่หายจากไป จนพาลคิดว่าไม่อยากรักษากับแพทย์พวกนี้อีกแล้ว เราเองก็รับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปในโรงพยาบาล พบเห็นทั้งแพทย์พยาบาลที่มีอาการป่วยล้มเจ็บและตามจากเราไป หลายคนรักษาตัวเองก็ไม่ได้ แล้วจะมารักษาเราได้หรือ
วันนี้ เราได้รู้จักกับหมอเขียว (ใจเพ็ชร กล้าจน) ที่รักษาอาการป่วยด้วยการใช้อาหาร และเสนอวิธีการให้ ตนเองเป็นหมอดูแลรักษาตัวเอง ประกอบกับเมื่อปล่อยวางภาระความรับผิดชอบทางการงาน ความเครียดก็ลดลง อาการโรคหัวใจทุเลาลงได้ อาการสั่นจากโรคที่หมอโรงพยาบาลเรียก "ไฮเปอร์ธัยรอยด์" ก็หายไปได้แล้ว ถ้าไม่หิวก็ไม่สั่น เราฝึกทำจิตให้ปลอดโปร่ง ฝึกการหายใจเข้ายาวออกยาวตามวิธีของท่านมิซูโอะ ตื่นแต่เช้าดื่มน้ำ 1 แก้ว ออกเดินไปตามต้นไม้ใบหญ้า นั่งรับแดดเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ อากาศที่บ้านเรายังมีโอโซนให้สูดซับมากมาย ไม่ต้องซื้อหา
วันก่อนเก่า ที่บ้านท่าเลนที่เรามาอาศัยอยู่เป็นสวนปาล์มที่เราไม่ชอบเลย เพราะเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ไม่ใช่ต้นไม้ที่ควรเติบโตในถื่นฐานบ้านเรา เอาเปรียบไม้อื่นๆ รากที่ซอกซอนจำนวนมากล้วนทำร้ายทำลายวัชพืชที่มีประโยชน์ เราพยามยามขุดโค่นทิ้งเพื่อเปิดพื้นดินสำหรับลงพืชผลที่ประทังชีพ แต่มีหลายต้นต้องค่อยๆเอาออกไป
วันนี้เราหาวิธีปลูกผักกินด้วยการใช้ยางรถยนค์ใส่ดิน ลงเม็ดผัก ช่วงแรกๆผักของเรางามมาก แต่พอนานวันไปเราก็เริ่มเห็นจุดดำในดิน ลองขุดดูก็พบรากปาล์มมากมายชอนไชขึ้นมาในวงล้อ เราต้องค้นหาวิธีการใหม่ ใส่ดินในกระถางชวนชมใบใหญ่ที่มีลักษณะเป็นกระทะ ได้ผลดีขึ้นเพราะรูใต้กระถางมีน้อย แต่วางกับพื้นดินก็จะมีเจ้ารากอันตรายสอดเข้ามา เอาล่ะในเมื่อวางกับพื้นดินไม่ได้ เราก็ปลูกแบบซ้อนกระถาง และแขวน ตอนนี้ไม้ประดับของบ้านสวนชวนชมก็จะมีพืชผักต่างๆ ควบคู่ไปกับชวนชม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพนะคะ